เหมือนไม่ได้เขียนถึง OpenID นานมากๆ ครั้งล่าสุดที่เขียนถึงคือเมื่อปีที่แล้ว(Using OpenID by serverside.com) ไม่ได้เขียนเองอีกต่างหาก แค่เขียนเก็บไว้เผื่อเอาไว้อ่านยามว่างและอ้างอิง ^^! วันนี้เข้าไปบล๊อก @iake แล้วลองใช้ URL เว็บนี้ใส่เข้าไปดูปรากฏว่ามันใช้แทน OpenID ได้ด้วยโดยที่ไม่ต้องโยงไปให้ผู้ให้บริการ OpenID ที่ไหนเลย ไม่ต้องไปลงทะเบียนให้ลืมรหัสอีกต่อไป แค่มี Wordpress และติด OpenID ก็สามารถใช้ได้ทันทีโดยแทบจะไม่ต้องตั้งค่า นี่สิความสะดวกของจริง
จริงๆ ผมก็ติดปลั๊กอินนี้มาได้ซักพักแล้วหละ (ตั้งแต่ปีที่แล้วที่ช่วงนั้นกำลังประทับใจ OpenID อยู่) แต่ว่าไม่ได้ใช้มันจริงจัง เพราะมันใช้ยากซะเหลือเกิน -_-” โดยความยากก็มาจากแต่ละผู้ให้บริการนั่นเองโดยเฉพาะของ Verisign ที่เคยเอาไปใช้กับเว็บต่างๆ แล้วปรากฏว่าให้ยืนยันไปมาแล้วก็บอกว่าใช้กับบริการนี้ไม่ได้อยู่นั่นแหละ แล้วก็เลยเลิกใช้ไปเสียดื้อๆ ส่วนปลั๊กอินของ Wordpress เมื่อปีที่แล้วก็ยังงี่เง่าอยู่ ทำได้แค่ดึงข้อมูลมาแปะว่าเป็นใครมาโพสท์ ก็เลยเริ่มปล่อยวาง จนมาช่วงหลังๆ นี้แหละที่เริ่มรู้สึกว่ามันเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เพราะข่าวใน blognone และตัวปลั๊กอินเองที่มันดีขึ้นจนผิดหูผิดตา
OpenID ปลั๊กอินของ Wordpress มีคุณสมบัติหลายอย่างที่น่าสนใจคือ

  1. สามารถตรวจได้ว่า URL ที่ใส่ในกล่อง comment เป็น OpenID หรือป่าวถ้าเป็นมันจะไปเอาข้อมูลมาใส่ให้​โดยที่ไม่ต้องกรอกชื่อและอีเมล์อีกครั้ง
  2. ทำตัวเป็น Provider เสียเองทำให้เจ้าของบล๊อกไม่ต้องไปสมัครสมาชิกที่อื่นและทำให้จำง่ายด้วย(ก็บล๊อกตัวเองหนิ)
  3. สามารถเชื่อมกับ OpenID เจ้าอื่นได้โดยการใส่ OpenID ของเราในหน้าแก้ไขข้อมูลต่างๆ จากนั้นหากเอาบล๊อกเราไปใช้ที่อื่นมันก็จะไปตรวจสอบที่นั่น

โอ่ยแค่สามข้อก็ทำให้ผมปลื้มจนกลับมาใช้หละ ลองมาดูวิธีติดตั้งดีกว่า สำหรับคนที่มี Wordpress อยู่แล้ว(คนที่ฝากบล๊อกไว้กับ Wordpress.com น่าจะมีให้อยู่แล้วนะ ยังไงใครใช้อยู่เล่ามาบ้างก็ดีนะ ^^!)

  1. ดาวโหลดปลั๊กอินจาก Wordpress.org ไปวางไว้ใต้ wp-content/plugins
  2. ล๊อกอินเข้าหน้าตั้งค่าของ Wordpress แล้วไปที่ Plugins เพื่อ Activate ให้ใช้งานได้
  3. ไปตั้งค่า OpenID ในเมนู Settings

สำหรับคนที่อัพเกรดจากรุ่นเก่าๆ ต้องกดอัพเกรดฐานข้อมูลด้วยเพื่อให้ใช้งานได้ และก็ถ้าอยากให้ comment กันได้สะดวกๆ ในนั้นจะมีให้เลือก “Don’t require name and e-mail for comments left with verified OpenIDs.” และ “Automatically approve comments left with verified OpenIDs. These comments will bypass all comment moderation.” (โดนท้วงจาก @iake มา ^^)

เขียนเมื่อ November 7th, 2008 | หมวด: ของเล่น | แถก: , | คำบ่นเดียว »

รู้สึกชอบเขียนช้ากว่าชาวบ้าน ฮา แต่ตั้งแต่ได้เครื่องมาเล่นแล้วมันดันไม่ว่าง(เที่ยว!!!) เลยทิ้งระยะเวลามาจนถึงตอนนี้ สำหรับใครที่ยังไม่รู้สรุปคือผมได้แมคบุ๊คตัวใหม่มาเล่น ได้มาประตั้งแต่ก่อนไปทีลอซูแล้วหละ ถ้าอยากเห็นภาพเดี๊ยวแปะให้ดูทีละนิดๆ ^^ เอาหละ มาเล่าถึงประสิทธิภาพ และความประทับใจหลังจากใช้ไปแล้ว 1 อาทิตย์ดีกว่า


วันแรกที่ได้มาจับขึ้นเขียงเอ้ยโต๊ะ ถ่ายรูปกันทั้งอ๊อฟฟิต ขนาดกล่องเล็กกระทัดรัดดีมาก ด้านในมีตัวเครื่อง ปลั๊ก ดีวีดีไว้ติดเครื่องใหม่เวลามีปัญหาสองแผ่น(แผ่นแรกเป็น osx อีกแผ่นเขียนว่าเป็น application อะไรซักอย่างยังไม่ได้เปิดดู) คู่มือ ใบรับประกันและก็ ผ้าเช็ดกระจกสีดำ เหมือนที่แถมมากับไอโฟนแต่ใหญ่กว่า สำหรับแผ่นที่แถมรู้สึกจะต่างจากแมคมินิพอสมควรเลย เพราะที่มากับแมคมินิเป็น ซีดี osx ทั้งสองแผ่น เห็นครั้งแรกก็เลยแปลกใจเล็กน้อยแต่มาเป็นดีวีดีก็ดีหละ จะได้ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนแผ่น ^^


ลองเอาไปเทียบกับเดลล์ดูความหนาแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยอ่ะ แต่พอลองยกขึ้นมาเทียบ ไอ้สามขีดที่มันเบาลงไปกลับไม่รู้สุกแตกต่างจากเดลล์เลยแฮะ - -” สงสัยต้องไปเทียบกับรุ่นโปร สำหรับรายละเอียดอื่นๆ เช่นพอร์ทต่างๆ ย้ายมาทางซ้ายหมด trackpad ขนาดใหญ่(อื่ม ใหญ่มากเลยแหละ เทียบกับยี่ห้ออื่นแล้ว เห็นชัดเจนเลย) อะไรพวกนี้ คงอ่านจากเว็บต่างประเทศหรือเว็บแอปเปิ้ลกันหมดแล้ว ไม่เขียนถึงละกัน เดี๊ยวแปะลิงค์ให้แทนด้านล่างสุด
แต่วันแรกสุดที่ลองแกะเครื่องเสียบปลั๊กแล้วจับๆ เครื่องดูรู้สึกอย่างแรกเลยคือถ้าบ้านไฟรั่ว มันจะดูดมั้ยวะ เพราะเครื่องเดลล์นี่ทำผมแสบมาหลายรอบหละ และแมคบุ๊ครุ่นนี้มันก็เป็นอลูมิเนียมทั้งหมดด้วย - -” แต่พอลองเอากลับไปเล่นที่บ้านดูแล้ว มันก็ไม่ดูดแฮะ หลังจากหายกังวลเรื่องไฟดูด แล้วก็ไปเล่นอย่างอื่นต่อ จากที่อ่านหลายๆ เว็บบอกว่าช่องเสียบหูฟังมันสามารถใช้กับหูฟังไอโฟนได้ โอ้นี่แหละที่อยากลองมาก(คนอื่นอยากลอง trackpad ตูอยากลองหูฟัง กร๊ากกก) ได้มาปุ๊บ ย้ายเพลง แล้วก็จิ้มหูฟัง ยัดเข้าหูทันที จากนั้ันก็กดตรงไมโครโฟนของหูฟังหนึ่งคลิก จากนั้นเพลงก็วิ่งตามสายเข้ามา โอ้… นี่แหละที่อยากได้ เวลาที่อ๊อฟฟิตคุยเรื่องการเมืองจะได้กดรัวๆ เปลี่ยนเป็นเพลงดังๆ กระแทกหู ฮะๆๆ
เอาหละถัดจากหูฟังแล้ว เรื่องต่อไปก็ trackpad หละลองมันทุกนิ้วเลย หนึ่งนิ้ว อ๊ะ ธรรมดาเหมือนโน๊ตบุ๊คทั่วไป สองนิ้ว อื้มเลื่อนๆ หน้าเว็บสะดวกดีแฮะ สามนิ้ว โอ้ใช้เลื่อนภาพได้ แล้วก็ไว้ดูเว็บก่อนหน้าในบราวเซอร์ อืมสะดวกๆ สี่นิ้วโอ้สลับโปรแกรมได้ แต่!!! มันต้องใช้อีกนิ้วมากดเลือกอ่ะว่าจะเปลี่ยนไปโปรแกรมไหน หรือไม่ก็กด enter - -” ไอ้เราก็นึกว่ากระแทกสี่นิ้วลง trackpad แล้วมันจะไปเปิดโปรแกรมนั้นขึ้นมาเลยซะอีก เอาฟะเรื่องเล็กน้อยกด enter เอาก็ไม่เสียหายอะไรมาก จากนั้นก็ลองกดๆที่ trackpad ดูว่ามันกดได้ทั้งอันจริงป่าว มันก็ได้ทั้งอันจริงๆ นั่นแหละ แล้วก็ลากๆ ไปแล้วจิ้มมันก็ไม่กดลงด้วยคือ มันแข็งอ่ะต้องกดแรงพอสมควรถึงจะลง เพราะงั้นไม่ต้องกลัวพลาด (ถ้าอ่านรีวิวจากต่างประเทศก็คงรู้แล้วหละ) และก็เนื่องจากผมใช้แมคอย่างเดียว ไม่ได้ติดวินโดว์ ก็เลยไม่รู้จะบ่นอะไร แต่เห็นหลายเว็บบอกว่าถ้าใช้กับวินโดว์ ไอ้ trackpad นี้มันจะกลายเป็นตัวสร้างปัญหาทันที เพราะงั้นไม่ลงวินโดว์ละกัน ^^!
อ๊ะ อีกเรื่องนึงที่กลายเป็นปัญหากวนใจคือ มันใช้รีโมทได้ไหม นั่งเถียงกับพี่ว่ามันใช้ไม่ได้ เพราะไม่เห็นมีเขียนเลย ไม่แถมรีโมทอีกต่างหาก แล้วมองๆ ดูก็ไม่เห็นว่าไอ้ตัวรับสัญญาณอินฟราเรด เปิดเครื่องปั๊บลองด้านบนหมดแล้ว เอารีโมทแมคมินิมาใช้ทันที กดๆ ซักพักก็เข้า Front Row อ้าวใช้ได้นี่หว่า หมดข้อข้องใจไปอีกหนึ่ง ต่อไปเปรียบเทียบกับเครื่องอื่นๆ ดู จริงๆ มันก็คือเครื่องเดลล์อ่ะนะ สิ่งทีี่ทำให้สะดุดตาในความแตกต่างอย่างมากเลยก็คือ จอ เอามาเทียบข้างๆ แล้วแม่งโคตรสว่างเลย ลองเปรียบเทียบดูจากด้านล่างละกัน


แต่ว่าแม้มันจะสว่างมากๆ แต่มันมีข้อเสียร้ายแรงอย่างนึง เนื่องจากมันเป็นจอกระจก เวลาใช้ในที่มีแสงมากๆ หรือปิดเครื่องมันก็คือกระจกดีๆ นี่เอง - -” สร้างความรำคาญได้ไม่น้อย แต่เพราะจอมันสว่างมาก เลยทำให้เห็นเงาน้อยลง แต่มันก็ยังเห็นอยู่ดี อย่างอื่นเช่น เรื่องความร้อน ขอบอกว่ามันร้อนมาก!!! โดยเฉพาะด้านบนๆ คีย์บอร์ด ไม่รู้เพราะมันเป็นตัวเครื่องอลูมิเนียมหรือป่าว ระบายความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ ทำให้เวลาจับจากด้านนอกเลยรู้สึกร้อน และก็มีอย่างนึงที่ทำให้แปลกใจคือ ผมไม่เห็นช่องระบายอากาศของเครื่องเลยอ่ะ - -? และเครื่องก็ทำงานได้เงียบมาก(ยกเว้นใส่แผ่นซีดี/ดีวีดี) ก็ถือเป็นข้อดีอย่างนึงละกัน และก็สำหรับใครที่สงสัยว่าเล่นเกมได้มั้ย ก็ได้อย่างที่โฆษณา แต่ว่าก็ไม่ใช่ดีมาก ลองเทียบกับเครื่องเอเซอร์ที่โดนน้องยึดอยู่ ปรากฏว่าเล่นได้พอๆ กัน(เครื่องน้องเป็นการ์ดจอแยก Geforce 7300) เหมือนรีวิวอื่นๆ ที่เห็นกันมา
สำหรับแบตเตอรี่ เท่าที่ลองใช้ดูเล่นเว็บอ่านข่าว คุยทั่วไปอยู่ได้นานประมาณ 3 - 4 ชม. แต่ไม่เคยได้นานถึงห้าชั่วโมงเลย ยิ่งเอามาใช้เล่นเกมยิ่งน้อยลงไปใหญ่คือประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง แต่สำหรับผม 3 ชั่วโมงนี่ถือว่านานมากหละ พอๆ กับเดลล์ตัวที่แล้วที่ได้ประมาณสามชั่วโมงเหมือนกัน อื่นๆ เช่นพวกลำโพง ไรพวกนี้ถือว่าใช้ได้ ลองเปิดเสียงแบบดังสุดๆ แล้วเสียงไม่แตกเหมือนเดลล์เครื่องก่อน แต่ไมโครโฟนยังไม่เคยลองใช้เลย - -” ไม่รู้จะพูดอะไรเข้าไป อ๊ะ อย่าหวังให้ผมทำ Podcast นะยังไม่มีไปอีกนาน 555 (ยกเว้นจะหาคู่มานั่งคุยด้วยนี่อีกเรื่องนึง)
โอ่ย เป็นเรื่องที่เขียนยาวสุดๆ เลยพอๆ กับที่ไปเที่ยว แต่ก็จบแค่นี้ดีกว่า ถ้าอยากดูเป็นตัวเลขและกราฟ แนะนำเนื้อหาด้านล่าง เขียนได้ดีกว่าผมเยอะ ^^! สำหรับอันนี้ก็เล่าไว้เป็นประสบการณ์เผื่อคนที่อยากซื้อละกัน
อ้างอิง:

เขียนเมื่อ November 7th, 2008 | หมวด: ของเล่น | แถก: ,, | 6 คำบ่น »

ตอนแรกกะว่ากลับมาแล้วจะเขียนเลยไปๆ มาๆ กลายเป็นวันนี้ซะได้ ฮะๆๆ แต่ยังไงรูปก็เอาขึ้นตั้งแต่เมื่อวานหละ เอารูปไปดูก่อนละกัน

ทีลอซู


ทริปนี้ออกจากกรุงเทพฯ เย็นวันพฤหัสไปถึงทีลอซูประมาณแปดโมง เดินทางนี่ฝนตกตลอดทาง เริ่มซาๆ ตอนเช้าประมาณตีห้า ไปถึงตากเห็นทะเลหมอกพอดี หมอกเยอะโคตรๆ ยิ่งกว่าดอยผ้าห่มปกซะอีกไปถึงที่พักประมาณแปดเก้าโมง เดินทางนานโคตรๆ แล้วก็ที่พักไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เพราะงั้นทริปนี้ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เป็นผลให้หายไปสองวันไม่ได้ทวีทเลย ^^! แต่ก็ดีไปอีกแบบ กลายเป็นว่าได้พักสุดๆ ไปเลย
ตอนสายๆ หลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้วก็เดินทางไปล่องแม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่สิบเอ็ดโมง กว่าจะถึงที่หมายล่อไปสามสี่โมงเย็น นานโคตรๆ ครึ่งแรกยังพอสนุกสนานกับการถ่ายรูป แต่หลังจากกินข้าวเสร็จเท่านั้นแหละ ฝนตก แถมไม่ใช่ปอยๆ ตกหนักโคตรๆ ดีนะที่ทุกคนเตรียมเสื้อกันฝนไปแต่ว่า ทั้งลม ทั้งน้ำฝน ทั้งโคลน จะถ่ายรูปก็ถ่ายไม่ได้ เรียกว่าเกือบหลับคาเรือกันทุกคน น้ำฝนนี่เย็นสุดๆ ตกลงบนเสื้อกันฝนบางๆที รู้สึกเย็นเฉียบขึ้นมาทันที นั่งเฉยๆ นานประมาณสองชั่วโมงได้ เรือพายเอื่อยๆ นิ่งๆ กลางแม่น้ำ แทบไม่มีแก่งเลย(มีสองแก่ง แต่ไม่ใหญ่เท่าไหร่ เห็นเพื่อนบอกว่าระดับหนึ่งกับระดับสองเท่านั้นเอง) เอาเป็นว่า ใครคิดว่าจะได้ล่องเรือสนุกๆ ผิดคาดกันแน่นอน พี่บอกว่าน่าไปทีลอเลด้วยถ้าเจอแก่งนิ่งๆ ล่องเอ่ยๆ นานขนาดนี้อีกคงไม่คิดไปหละ
วันที่สองคราวนี้ไปน้ำตกทีลอซู ตอนเช้าฝนตกอีกแล้วครับ ตกทั้งคืนเลย T T” พี่บอกว่าอาจได้เข็นรถกัน เพื่อนๆ ก็เริ่มเถียงกัน เพราะเพื่อนผู้หญิงกะว่าจะไม่ไปกัน (ก็ไม่ไปกันจริงๆ สองคน) แล้วก็เป็นอย่างที่คาด ถนนนี่เละแบบสุดยอด ตอนทางขึ้นชันทีก็ลุ้นที ว่าต้องลงไปเข็นมั้ยว้า มีช่วงนึงที่ถนนเป็นเลนแบบลื่นๆ เพื่อนๆ บอกให้ลุกขึ้นมาขย่มกระบะท้าย(ด้านหลังมีอยู่สามคน - -”) เพื่อช่วยรถให้วิ่งขึ้นไปได้ ดูที่ล้อมันก็กระดึ๊บๆ ขึ้นไปทีละนิดนะ แต่พอเบรกทีถอยครูดนี่ใจหายวาบกันทุกคน​ แต่ก็รอดขึ้นไปจนได้ ไปถึงฝนไม่ตก แดดออกนิดๆ ดีใจนิดๆ เดินเข้าไปชมน้ำตก เล่นน้ำนิดหน่อย(แต่ผมลองสัมผัสน้ำเย็นเฉียบแล้ว ไม่กล้าอ่ะ ขอลาไปถ่ายรูปเล่นดีกว่า)แล้วก็กลับกัน ประมาณบ่ายๆ ทางเดินเข้าไปที่น้ำตกเป็นทางเดินปูนทำอย่างดี เดินสบายๆ (แต่รู้สึกขัดๆ กับสิ่งที่อยู่รอบตัวนิดๆ) ขากลับสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น ฝนตกหนักโคตรๆ พอขึ้นรถลงจากเขามาได้หน่อยนึงก็ต้องใส่เสื้อกันฝนทันที ระหว่างทางก็เจอฝรั่ง(คุยกับเขาบอกว่ามาจากสเปน) ขอขึ้นรถด้วย เนื่องจากกระบะท้ายกำลังว่าง และก็เข็ดกับขาขึ้นที่เพื่อนบอกว่าเพราะท้ายมันเบามันเลยแกว่งสุดๆ ก็เลยให้ขึ้นมา เพื่อไปลงที่ท่าเรือด้วยกัน รถมันก็ไม่แกว่งจริงๆ ด้วยแหละ แต่เจอหลุมทีนี่สุดยอด = =” พอมาถึงไอ้ตรงทางที่ลื่นๆ ตอนขาขึ้นมาเท่านั้นแหละ โดนไล่ลงทันที ฝรั่งก็ลาบอกว่า thank you thank you แต่ที่ไหนได้ ลงมาพร้อมกันหมดนั่นแหละ มาด้วยกันไปด้วยกัน ลงเรือเหมือนกัน T”T ลงทีก็กลิ้งไปด้วยกัน กว่าจะถึงเรือได้ เดินสี่ขากันเป็นแถบๆ (อ๊ะ แต่ผมไม่ได้เดินนะ) ลงเรือแล้วก็เหมือนเมื่อวานอีกสองชั่วโมง ภาพรีเพลย์กลับมาตอนบ่ายที่ฝนตก สองชั่วโมง แต่ดีหน่อยคราวนี้คนพายเรือซ่า ชวนคุยตลอดทาง แถมเจอเรือคนอื่น แล้วคนขับเรือกลายเป็นกามิกาเซ่จู่โจมทันที เล่นคนพายเรือลำข้างๆ สองลำตกน้ำหลายรอบเลย หุหุ แถมระหว่างที่คนพายตกน้ำ(แฟนเพื่อนที่นั่งหน้าสุดหยิบพายขึ้นมาพายแทนทันที แฟนมันนั่งเฉยๆ ซะงั้นแมนสุดๆ เพื่อนมันคงไม่ได้มาอ่านนะ ฮุๆ) ส่วนคนที่อยู่หลังเรือกลายเป็นลุงที่เป็นไกด์เป็นคนพายซะงั้น กลับมาถึงที่พักเล่น Bang ได้เกมสองเกมก็ลากันไปหลับกันทุกคน
เช้าวันต่อมาวันกลับ ก็ตื่นเช้าไปดอยหัวหมด แต่ขึ้นไปถึงมันต้องเปลี่ยนชื่อดอยแล้ว นี่มันดอยหัวเต็มไปหมดชัดๆ แทบไม่มีที่ว่างสำหรับถ่ายรูปเลย แล้วก็หมอกอ่ะ แทบไม่มี - -” ก็เลยได้ถ่ายรูปนิดหน่อยแล้วก็กลับกัน เข้าไปที่พักเก็บของ แล้วก็ออกจากอุ้มผาง มาแวะที่น้ำตกพาเจริญแป๊บนึง ด้านล่างดูดี แต่ดูทีลอซูมาแล้วอ่ะ มันจะเหลืออ่ะไรให้ประทับใจมากกว่านี้อีกหละ ก็เลยแวะแป๊บเดียว ไม่ได้ปีนขึ้นไปชั้นบนสุด กว่าจะถึงกรุงเทพก็ประมาณสามทุ่ม ออกจากตาก เก้าโมงนะเนี๊ยะ = =” เป็นทริปที่เดินทางยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเดินทางมาเลย คราวหน้าเพื่อนบอกว่าจะไม่ขึ้นดอยอะไรกันแบบนี้อีกแล้ว แต่นะ มันก็ขึ้นกันเกือบทุกดอย พิชิตโค้งทรหดซะเกือบหมดแล้วหนิฟะ ยกเว้นก็แต่ภาคอีสานอ่ะนะ แต่ก็ดี ขอไปทะเลสบายๆ บ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน

เขียนเมื่อ November 3rd, 2008 | หมวด: มั่ว | แถก: , | คำบ่นเดียว »