Monday, February 12th, 2007

เหมือนต้นเดือนจะหนาวโคตรๆ ทำไมช่วงนี้มันช่างตรงข้ามยิ่งนัก ตอนเช้ายังไม่เท่าไหร่ แต่ช่วงบ่ายนี่ร้อนจนไม่อยากทำงานเลย เหอะๆ อาทิตย์นี้ก็ไม่มีสัมภาษณ์งานอีก แว๊กกก ><” เลยหาเรื่องออกจากบ้านไม่ได้เลย แย่จริง ว่าจะไปตากแอร์ช่วงบ่ายซะหน่อย ดีนะ อาทิตย์หน้า มีสัมภาษณ์ 1 วัน จะไปตากแอร์ให้สบายเลย (เอ๊ะ ไอ้นี่ สัมภาษณ์แล้วไปตากแอร์ ^^!)
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว(วันศุกร์) ได้ไปเซ็นสัญญากับ Throughwave แล้วก็ขอเลื่อนวันทำงานเป็น 1 มีนา ก็หวังว่าเค้าจะให้ทำ เพราะไม่อยากร้อนอยู่บ้านช่วงหน้าร้อนเสียจริงๆ อีกอย่าง งานทั้งหมดก็เสร็จเกือบหมดแล้ว (ลองขุด Visio ที่ทำไว้ตอนเทอม 1 มาดู แล้วก็พบว่า Activity diagram กูทำไปแล้ว สุดแสนจะปลื้มเลย) เดือนหน้าก็ขอเจออะไรสนุกๆ หน่อยละกันเง้อ

ปอลอหนึ่ง. Ubuntu donation project #1 เจอพี่ที่ sipa ถามถึงพี่ก่อด้วยแฮะ พี่ก่อนี่ดังจริงๆ OO”
ปอลอสุดท้าย. มีตติ้ง Ubuntu คราวหน้า ขอเชียงใหม่มั่งนะคร๊าบ คนเล่นอยู่กรุงเทพฯ นี่น้อยโคตรๆ เลย ><”

Friday, December 22nd, 2006

วันนี้ตีสามพึ่งกลับมาถึงบ้าน หลังจากเที่ยวเหนือมา 3 วัน มาถึงกรุงเทพฯ คิดว่าจะอุ่นที่ไหนได้ อากาศไม่ต่างกันเลย ><"เลยนอนกว่าะตื่นหึหึ ล่อไปเย็นเลย (จริงๆ ตื่น 9 โมง อากาศเย็น นอนต่อ ^ ^)
เล่าที่ไปเที่ยวมาดีกว่า เริ่มจากวันที่ 17 ออกจาก มหา'ลัย อากาศเย็นๆ กำลังสบายไม่หนาวมาก ไปแวะพักกินข้าวจุดแรกที่นครสวรรค์ประมาณ ตี 1 ได้มั้ง หลังจากนั้นก็หลับไม่รู้เรื่องเลย เอิ๊กๆ ไปตื่นเอาอีกทีพะเยาแล้ว ลงจากรถมา โอ้ว อากาศเริ่มเย็น เห็นคนรำไทเก๊ก (แต่ทั้งกลุ่มลงความเห็นในภายหลังว่ารำไทย) กับเต้นแอโรบิก อยู่ที่นี่อยู่แป๊บนึง (นานเหมือนกัน) จากนั้นก็ไปกินข้าว แล้วไปต่อยังดอยตุง
ตอนไปดอยตุงรู้สึกจะผ่านวัดร่องขุ่น แต่ยังไม่ได้แวะไปถึงดอยตุงประมาณ 10 โมงกว่าหรือ 11 โมงไม่แน่ใจ ซื้อบัตรเข้าชมแล้วก็เดินทัวร์ ไม่ค่อยมีอะไร เพราะเหมือนเดินงานพืชสวน มีแต่ดอกไม้ให้ดู หลังจากดูสวนดอกไม้เสร็จก็ไปต่อที่พระตำหนัก หึหึ งานนี้มีคนต้องเปลี่ยนกางเกง เนื่องจากเค้าไม่ยอมให้คนใส่ขาสั้นผ่าน ดีนะเค้ามีเตรียมไว้ให้ หลังจากเดินดูเสร็จออกจากดอยตุงประมาณบ่าย ก็ไปต่อที่ภูชี้ฟ้าเลย
จาก ดอยตุงไปภูชี้ฟ้าไกลโคตรๆ นั่งรถ 3 - 4 ชั่วโมงได้ แถมทางสุดยอด ระหว่างก่อนถึงภู แวะที่น้ำตกภูซาง ได้ยินมาว่าน้ำอุ่นลองเอามือไปแตะๆ ที่น้ำด้านล่าง ไม่อุ่นเลย -*- ต้องปีนขึ้นไปด้านบน ถึงจะอุ่น หลังจากแวะภูซาง ก็ไปเดินทางต่อกว่าจะถึงที่พักบนภูก็เย็นๆ หละ แถมบนภูขอบอกว่าอากาศเย็นสุดยอด ขณะยังมีแดดนะเนี๊ยะ เข้าที่พัก กินข้าว ดูการแสดง (ที่จริงเป็นของคณะทัวร์ที่มาจากสงขลา แหะๆ แต่แบบว่าขอแจมหน่อยเพราะมีไฟ ให้ผิง) แล้วก็นอนเลย ประมาณ 2 ทุ่มได้มั้ง เพราะวันต่อมาต้องตื่นตีสี่
เช้ามา ออกมาจากห้อง หึหึ เย็นวูบขึ้นไปดูอุณหภูมิด้านบน บอก 9 - 10 องศา แต่สงสัยว่ามันจะเย็นกว่านั้น เพราะได้ยินมา(อีกแล้ว) ว่า ประมาณ 7 - 8 องศา จากนั้นต้องนั่งรถไปต่อเพื่อไปที่ทางขึ้นยอดภู หึหึหึ ไม่เคยเจออะไรจะหนาวขนาดนี้มาก่อน แถมทางขึ้นก็ไกลดีแท้ 5 กิโล มาถึงจุดจอดรถก็มีเด็กภูเขาแห่กันมาเลย ขายถุงมือ ตัดสินใจอย่างรวดเร็วซื้อทันที 10 บาท พร้อมหาถ่ายสำหรับกล้องถ่ายรูปที่แพงโคตรๆ 60 บาท แพงกว่าด้านล่างเกือบสองเท่าแหนะ งืดๆ หลังจากนั้นก็ปีนขึ้นไปยอดภูเกือบชั่วโมงกระมังไปถึงยอดก็ประมาณ ตี 5 รอกว่าพระอาทิตย์จะขึ้นก็ 6 โมงแหนะ อยู่บนนั้นลมพัดทีสุดยอด . . . หนาวมากๆ ต้องนั่งใกล้ๆ กัน หรือไม่ก็หาคนบัง แต่พอมีแสงเท่านั้นแหละ โอ้ว ทะเลหมอก ถือว่าคุ้มหละปีนขึ้นมาขนาดนี้ หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ลงจากภู มาถึงที่พักกินข้าวประมาณ 7 โมง กินเสร็จอาบน้ำ ซุกตัวใต้ผ้าห่ม(ที่รู้สึกนานไปหน่อย แหะๆ) ออกจากที่พักประมาณ 10 โมง Oo" ลงจากภู(ขาลงทางลงเขานี่สุดยอดเห็นไอ้โป้งบอกว่ายิ่งกว่า แม่ฮ่องสอนอีก มันวกกลับไปกลับมาติดๆ กันเป็นสิบโค้งเลย -*-) จากนั้นไปวัดร่องขุ่น เพื่อกินข้าวเที่ยง ที่แวะนานไปนิ๊ดกว่าจะออกก็บ่ายสอง
หลังจากออกจาวัด ร่องขุ่นก็ดิ่งมายังเชียงใหม่ทันที แต่กว่าจะถึงก็ 5 โมงเย็นแล้วที่พืชสวนโลก เลยได้เดินเที่ยวแป๊บเดียวเอง (3 ชั่วโมง ><") ได้แค่ประมาณ 30 - 40% ของงานเองอ่ะ เสียดายๆ สำหรับเรื่องกลิ่นที่เป็นข่าวกันว่ามาจากห้องน้ำ ก็มีจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่รู้มาจากไหน ไม่แน่ใจว่าห้องน้ำจริงหรือป่าว หลังจากเที่ยวงานพืชสวนเสร็จจนงานปิดก็เดินออกมา ทางออกนี่ร้านขายของฝากเต็มเลย กว่าจะทะลุออกมาได้อีก 1 ชม สรุปกว่าจะได้ไปที่พัก 3 ทุ่ม แหะๆ ถึงที่พักเสร็

Monday, October 23rd, 2006

ตอนเย็นหลังเลิกเรียนวันนี้ฝนตกตลอดเลย งุงิ ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ท่าจะแย่แฮะ แต่วันนี้ก็รู้สึกไม่สบายแต่เช้าแล้วหละ เพราะตื่นมาก็เจ็บคอแต่เช้าเลย(เช้าของเราคงเข้าใจนะว่าเที่ยง แหะๆ) ตอนนี้งานต่างๆ ก็เร่งพอดู (เพราะว่ามีงานอื่นมาเพิ่มเรื่อยๆ อ่ะแหละ เง้อ) เลยไม่ค่อยว่างเลย (แต่ก็ยังพอมีเวลามาเขียนบล๊อกหละนะ) ง่ะ ชักไปไกลกลับเข้ามาเรื่องวันนี้ต่อดีกว่า ที่จริงฝนกว่าจะตกก็ตอนเราเลิกเรียนไปพอสมควรแล้วอ่ะนะ แต่พอดีเรามัวคุยกับอาจารย์อยู่ (ไม่น่าไปถามมากเลย รู้แบบนี้รีบกลับดีกว่า จะได้ไม่เปียก) กว่าจะถึงห้องเลยเปียกเลย แถมยังต้องเอาหนังสือไปคืนอีก ไม่งั้นกดตังไม่ได้ ไม่มีตังกินข้าวง่ะ ตอนนี้ก็เลยชักจะไม่มีตังแล้วสิ แหงะ *-* ยังไม่กลางเดือนเลย ฮือๆ แต่ตอนเอาหนังสือไปคืนเราก็มีร่มแล้วหละ เพราะเรากลับมาห้องก่อน ^ ^ กลับมาถึงห้องก็อาบน้ำแล้วก็แปลๆๆๆ จนงานเสร็จเลย เย้ พองานเสร็จคราวนี้เราก็หิวสิ ก็เลยชวนเพื่อนๆ ไปกินข้าว ตอนประมาณสองทุ่มครึ่ง อากาศกำลังดีเลย ฝนยังไม่ตก ไม่รู้ทำไมไม่ยอมออกมากินกัน แถมพอลงมาจะไปกินข้าวก็ดันต้องมานั่งตอบแบบสอบถามอีก ให้ได้งี้สิ เลยช้าอีก กว่าจะได้ไปก็ประมาณสามทุ่มครึ่งแล้ว กืนข้าวไปได้ซักพักฝนก็เริ่มตก แย่หละสิ จะกลับไงหละนี่ ตอนแรกก็ว่าจะรอให้ฝนหยุด แต่รอไปซักพักมันชักหนักกว่าเดิม และก็หนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนๆ ก็ยืนรอไปรอมา เราก็ชักหงุดหงิด เห็นผู้หญิงถือร่มมาพอดีเลยขอยืมร่มเลย ^ ^ ไม่เคยขอแบบนี้มาก่อนเลยนะนี่ เคยแต่ขออาศัยร่มไปด้วย (ที่จริงน่าทำแบบนี้มากกว่านะเนี๊ยะ ^ ^) ได้มาหนึ่งคันกลับมาถึงห้องก็ต้องเอาออกไปให้อีก งานนี้เล่นซะเปียกกว่าตอนไปคืนหนังสืออีกนะเนี๊ยะ . . . เล่าพอและ อาจจะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวหน่อยอ่ะนะ แต่นี่มันก็ตีหนึ่งแล้ว จะนอนแล้วง่ะ แต่อยากเล่า เลยแวะเข้ามาเล่าซะหน่อย ไปหละ ราตรีสวัสดิ์