Saturday, January 5th, 2008

ปกติใช้ wireless โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่เค้าก็จะใช้กันแค่ wep หรือไม่มีรหัสผ่านกัน แต่ที่บ้านกับที่ทำงานดันแปลก ไม่ยอมใช้เหมือนชาวบ้าน ใช้ wpa แทนซะ(เพื่อความปลอดภัยที่ไม่รู้กันไม่ให้ใครเล่น :P ) ก็เลยเจอปัญหาไม่เหมือนชาวบ้าน สำหรับ wpa ธรรมดาที่ใช้ pre shared key เคยแก้ไปแล้ว พร้อมจดบันทึกไว้ที่ หน้านี้ http://llun.info/2007/10/14/debian-install-instruction/ แต่วันนี้จะมาเขียนถึง WPA-EAP ที่พิเศษกว่าชาวบ้านหน่อย และสาเหตุที่ทำให้ต้องมาบันทึกก็เพราะ dhcp ที่ทำงานดันเจ๊ง ไม่ยอมแจก ip ให้ NetworkManager ที่ใช้ก็เลยด๋อยไปเลย สุดท้ายก็ต้องมาหาวิธีแก้ /etc/network/interfaces เอง เห้อ สิ่งที่ต้องใส่เพิ่มในไฟล์ก็ดูจาก code ด้านล่างเลย


iface [name] inet static
   address [fix ip]
   netmask [netmask]
   gateway [gateway]
   wpa-conf managed
   wpa-ssid [ssid]
   wpa-key-mgmt WPA-EAP
   wpa-eap PEAP
   wpa-identity [username]
   wpa-password [password]
   wpa-phase2 auth=MSCHAPV2
   nameservers 208.67.222.222 208.67.220.220

หลังจากเพิ่ม config ด้านบนลงในไฟล์ interfaces แล้วก็สั่ง network ให้ down/up ใหม่อีกที


llun@pluto:~#ifdown eth1
llun@pluto:~#ifup eth1=[name]

ปอลอ. ปีใหม่ปีนี้อิ่มจริงๆ กินกุ้งตัวใหญ่ๆ กับสเต๊กนุ่มๆ ชิ้นโตๆ ที่ไม่รู้ปีหน้าจะได้กินอีกไหมนะ
ปอลอสอง. อาทิตย์หน้าไปเที่ยวเหนืออีกแล้ว อยากไปอีสานบ้างแล้วง่ะ งืดๆ (จะให้ดีต้องอีกสานตอนบนด้วย)

Tuesday, October 9th, 2007

คราวที่แล้วต่อ wifi โดยไม่ใช้ nm-applet ได้โดยแก้ /etc/network/networks เอาแต่พลาดลืมเอามาจดในนี้ เสียดายมาจนถึงบัดนี้ วันนี้ต่อ GPRS ได้เลยรีบจดกันลืมซะหน่อยดีกว่า เดี๊ยวลืมแล้วทำไม่ได้จะเสียดายเหมือนคราวที่แล้วอีก (แต่ถ้าจะเอาอาจจะขุดของ OpenSUSE มาดูเพราะมันมีตัวแก้ config ให้แบบอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องใช้ nm-applet เหมือนกัน)
สำหรับมือถือที่ผมใช้ในการต่อเล่นคราวนี้เป็นรุ่น Sony Ericsson K750i ส่วน bluetooth มากับ notebook เลย มาดูวิธีทำต่อเลยดีกว่า

  1. เริ่มจากติด package bluetooth ต่างๆ ให้ครบก่อน เช่น bluez utils, pppd, kinternet (kinternet ไม่ต้องติดก็ได้ถ้าหากจะใช้แค่ command line แต่ถ้าอยากสะดวกก็ติดเหอะ)
  2. ใช้คำสั่ง hcitool scan เพื่อดูว่ามือถือที่ใช้อยู่มี mac เบอร์อะไรจะได้เชื่อมถูก
    
    #hcitool scan
    xx:xx:xx:xx:xx:xx nat
    
  3. หลังจากเจอเครื่องก็หาว่า dial-up service ของมือถือมันอยู่ช่องไหนด้วยคำส่ัง
    sdptool browse xx:xx:xx:xx:xx:xx
    แล้วก็จะได้ผลลัพธ์ออกมายาวเหยียด หาอะไรที่มันคล้ายๆ กับด้านล่างนี้ละกัน

    
    Service Name: Dial-up Networking
    Service RecHandle: 0x10001
    Service Class ID List:
      "Dialup Networking" (0x1103)
      "Generic Networking" (0x1201)
    Protocol Descriptor List:
      "L2CAP" (0x0100)
      "RFCOMM" (0x0003)
        Channel: 1
    Profile Descriptor List:
      "Dialup Networking" (0x1103)
        Version: 0x0100
    
  4. จากนั้นก็จับ mac ที่ได้มาเป็น device ในเครื่องซะด้วยคำสั่ง
    #rfcomm bind /dev/rfcomm0 xx:xx:xx:xx:xx:xx
    ก็จะได้ device ชื่อ rfcomm0 เพิ่มขึ้นมา โดยต่อเข้ากับ bluetooth ของมือถือที่ channel 1 ถ้าหาก dial-up service ของมือถืออยู่ channel อื่นก็ใส่เลขช่องตามหลังไปอีกที เช่น channel = 2
    #rfcomm bind /dev/rfcomm0 xx:xx:xx:xx:xx:xx 2
  5. มาถึงขั้นตอนง่ายหละ เนื่องจาก OpenSUSE มีตัวช่วยอยู่นั่นคือ YaST ที่จัดการ hardware ทุกอย่างเลยมั้ง จะใช้มันก็เข้าไปที่ Control Center แล้วเลือก Modem จะได้หน้าต่าง Modem Configration ขึ้นมา
  6. ที่หน้า Modem Device เลือก Add แล้วใส่ช่อง Modem Device ว่า /dev/rfcomm0 จากนั้นกด Next ไปต่อได้เลย
  7. หน้า Provider เลือกที่ Custom Provider จากนั้นกด New ใส่ชื่อ Provider และเบอร์โทรศัพท์ลงไป ที่ใช้อยู่เป็น DTAC เลยใส่ชื่อไปที่ Provider Name แล้วก็ใส่เบอร์โทรศัพท์ GPRS เป็น *99***1# (แต่คิดว่าค่ายอื่นก็คงเหมือนกันหละมั้ง เดี๊ยวนี้) สำหรับ username ใส่เป็นอะไรก็ได้ลงไป (ที่ใช้อยู่เป็น ‘ ‘)
  8. หน้าสุดท้าย Next ข้ามไปได้เลยยกเว้นต้องการอะไรแปลกพิศดาร แล้วก็เลือก Finish ต่อไปก็ถึงขั้นตอนที่จะใช้ kInternet แล้วหละ ก็เปิดมันขึ้นมาก่อนเลยแล้วมันจะเด้งไปอยู่ตรง Notification Area กดที่ icon มันให้เป็นรูปสายฟ้าทีนึง แล้วมันจะพยายามต่อให้ ถ้าต่อสำเร็วก็จะเป็นรูปปลั๊กไฟเชื่อมกัน จากนั้นก็เล่นเนทได้และ

เนื่องจากบน OpenSUSE มันมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้หมด เลยแทบไม่ต้องแตะ Terminal เลยแต่หากใช้ Distro อื่นก็ลองดูที่แหล่งอ้างอิงด้านล่างละกันครับ คิดว่าน่าจะพอช่วยได้บ้างหละ

อ้างอิง:

  1. http://www.opentle.org/th/node/4530
  2. http://www.howtoforge.com/linux_internet_access_gprs_edge_via_bluetooth_gsm_phone

ปอลอ. OpenWRT ตอนที่ 3 เลื่อนไปเป็นวันศุกร์ละกัน เพราะจะทดสอบเร้าเตอร์ซะหน่อยว่ามันจะอยู่ได้นานขนาดนั้นโดยที่ hdd ที่ต่ออยู่ด้วยไม่เป็นอะไรซะก่อนหรือป่าว

Sunday, September 16th, 2007

โอ๊ยเซ็งวันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้า - บ่ายเลย เลยไม่ได้ไป NJUG4 :cry: จริงๆ ออกช้าด้วยแหละ เพราะเมื่อวานไป Esplanade กว่าจะกลับแล้วทำไรต่ออีก วันนี้ก็เลยตื่นสายซ้า เห้อเลยแทนที่จะไป NJUG4 ก็เลยไปอีกนิดไปลงสถานีพระราม9 แทนเข้า fortune :lol: แล้วก็สำรวจอะไรนิดหน่อย

สิ่งที่ผมสำรวจก็คือเร้าเตอร์ Asus WL-500G Premium ที่สามารถทำเป็น NAS ได้แต่เดินไปแต่ละร้าน บอกมาเหมือนกันหมดคือ ของหมด :evil: แถมมีร้านนึงเข้าไปถามบอกไม่มี เสนอกลับมาเป็น synology NAS แทนแต่ดูราคาแล้วไม่ประทับใจเอาซะเลย 8250 บาท :sad: แพงโคตรไม่รวม HDD อีกต่างหาก จบกันงานนี้ (จริงอยากได้ synology มากกว่าเพราะมี php+mysql ด้วย os มันจริงๆเป็น linux เห็นแล้วเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก)

ถัดจาก NAS ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ก็ไปเดินหาหนังสือต่อ เล่มที่จะหาคือ Head first : Design pattern เดินอยู่สองร้านคือ IT Book House ชั้นสาม กับ SE-ED ชั้นสี่(หรือสองกับสามหว่า) ไม่เจออีกเช่นกัน หนังสือที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นสอนเขียนโปรแกรมภาษาต่างๆ อ่ะ แต่เดี๊ยวนี้คิดว่าหนังสือพวกสอนภาษาแบบนี้จะไม่ซื้ออีกแล้ว เพราะหาข้อมูลจากอากู๋(Google) ได้ ถ้าจะเอาขอเป็นพวกสอนพื้นฐาน Algorithm อะไรพวกนี้ดีกว่า แต่หาไม่ได้เลย เดี๊ยวเดือนหน้ามีงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมฯ ค่อยไปหาอีกทีละกัน คิดว่ามีแน่นอน

สรุปวันนี้ทั้งวันได้ข้อมูลของที่อยากได้มาอย่างเดียวเลยเง้อ เสียเวลาจริงๆ ดีนะงาน NJUG คราวนี้ไม่ได้เน้นในเรื่องที่สนใจมาก (เน้นไปที่ขั้นตอนการพัฒนา และการออกแบบด้วย tool แต่อันนี้ก็ดูจากหัวข้อที่เขียนไว้ในบอร์ด) เลยไม่เสียดายเท่าไหร่ แต่ถ้าเปลี่ยนเรื่องเน้นไปที่ content repository จะเสียดายโคตรๆเลยหละ เห้อ

ปอลอ. Fortune นี่มันก็พันทิพย์ดีๆ นี่เองพึ่งรู้นะเนี๊ยะ