ทีลอซู
ตอนแรกกะว่ากลับมาแล้วจะเขียนเลยไปๆ มาๆ กลายเป็นวันนี้ซะได้ ฮะๆๆ แต่ยังไงรูปก็เอาขึ้นตั้งแต่เมื่อวานหละ เอารูปไปดูก่อนละกัน
![]() |
| ทีลอซู |
ทริปนี้ออกจากกรุงเทพฯ เย็นวันพฤหัสไปถึงทีลอซูประมาณแปดโมง เดินทางนี่ฝนตกตลอดทาง เริ่มซาๆ ตอนเช้าประมาณตีห้า ไปถึงตากเห็นทะเลหมอกพอดี หมอกเยอะโคตรๆ ยิ่งกว่าดอยผ้าห่มปกซะอีกไปถึงที่พักประมาณแปดเก้าโมง เดินทางนานโคตรๆ แล้วก็ที่พักไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เพราะงั้นทริปนี้ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เป็นผลให้หายไปสองวันไม่ได้ทวีทเลย ^^! แต่ก็ดีไปอีกแบบ กลายเป็นว่าได้พักสุดๆ ไปเลย
ตอนสายๆ หลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้วก็เดินทางไปล่องแม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่สิบเอ็ดโมง กว่าจะถึงที่หมายล่อไปสามสี่โมงเย็น นานโคตรๆ ครึ่งแรกยังพอสนุกสนานกับการถ่ายรูป แต่หลังจากกินข้าวเสร็จเท่านั้นแหละ ฝนตก แถมไม่ใช่ปอยๆ ตกหนักโคตรๆ ดีนะที่ทุกคนเตรียมเสื้อกันฝนไปแต่ว่า ทั้งลม ทั้งน้ำฝน ทั้งโคลน จะถ่ายรูปก็ถ่ายไม่ได้ เรียกว่าเกือบหลับคาเรือกันทุกคน น้ำฝนนี่เย็นสุดๆ ตกลงบนเสื้อกันฝนบางๆที รู้สึกเย็นเฉียบขึ้นมาทันที นั่งเฉยๆ นานประมาณสองชั่วโมงได้ เรือพายเอื่อยๆ นิ่งๆ กลางแม่น้ำ แทบไม่มีแก่งเลย(มีสองแก่ง แต่ไม่ใหญ่เท่าไหร่ เห็นเพื่อนบอกว่าระดับหนึ่งกับระดับสองเท่านั้นเอง) เอาเป็นว่า ใครคิดว่าจะได้ล่องเรือสนุกๆ ผิดคาดกันแน่นอน พี่บอกว่าน่าไปทีลอเลด้วยถ้าเจอแก่งนิ่งๆ ล่องเอ่ยๆ นานขนาดนี้อีกคงไม่คิดไปหละ
วันที่สองคราวนี้ไปน้ำตกทีลอซู ตอนเช้าฝนตกอีกแล้วครับ ตกทั้งคืนเลย T T” พี่บอกว่าอาจได้เข็นรถกัน เพื่อนๆ ก็เริ่มเถียงกัน เพราะเพื่อนผู้หญิงกะว่าจะไม่ไปกัน (ก็ไม่ไปกันจริงๆ สองคน) แล้วก็เป็นอย่างที่คาด ถนนนี่เละแบบสุดยอด ตอนทางขึ้นชันทีก็ลุ้นที ว่าต้องลงไปเข็นมั้ยว้า มีช่วงนึงที่ถนนเป็นเลนแบบลื่นๆ เพื่อนๆ บอกให้ลุกขึ้นมาขย่มกระบะท้าย(ด้านหลังมีอยู่สามคน - -”) เพื่อช่วยรถให้วิ่งขึ้นไปได้ ดูที่ล้อมันก็กระดึ๊บๆ ขึ้นไปทีละนิดนะ แต่พอเบรกทีถอยครูดนี่ใจหายวาบกันทุกคน แต่ก็รอดขึ้นไปจนได้ ไปถึงฝนไม่ตก แดดออกนิดๆ ดีใจนิดๆ เดินเข้าไปชมน้ำตก เล่นน้ำนิดหน่อย(แต่ผมลองสัมผัสน้ำเย็นเฉียบแล้ว ไม่กล้าอ่ะ ขอลาไปถ่ายรูปเล่นดีกว่า)แล้วก็กลับกัน ประมาณบ่ายๆ ทางเดินเข้าไปที่น้ำตกเป็นทางเดินปูนทำอย่างดี เดินสบายๆ (แต่รู้สึกขัดๆ กับสิ่งที่อยู่รอบตัวนิดๆ) ขากลับสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น ฝนตกหนักโคตรๆ พอขึ้นรถลงจากเขามาได้หน่อยนึงก็ต้องใส่เสื้อกันฝนทันที ระหว่างทางก็เจอฝรั่ง(คุยกับเขาบอกว่ามาจากสเปน) ขอขึ้นรถด้วย เนื่องจากกระบะท้ายกำลังว่าง และก็เข็ดกับขาขึ้นที่เพื่อนบอกว่าเพราะท้ายมันเบามันเลยแกว่งสุดๆ ก็เลยให้ขึ้นมา เพื่อไปลงที่ท่าเรือด้วยกัน รถมันก็ไม่แกว่งจริงๆ ด้วยแหละ แต่เจอหลุมทีนี่สุดยอด = =” พอมาถึงไอ้ตรงทางที่ลื่นๆ ตอนขาขึ้นมาเท่านั้นแหละ โดนไล่ลงทันที ฝรั่งก็ลาบอกว่า thank you thank you แต่ที่ไหนได้ ลงมาพร้อมกันหมดนั่นแหละ มาด้วยกันไปด้วยกัน ลงเรือเหมือนกัน T”T ลงทีก็กลิ้งไปด้วยกัน กว่าจะถึงเรือได้ เดินสี่ขากันเป็นแถบๆ (อ๊ะ แต่ผมไม่ได้เดินนะ) ลงเรือแล้วก็เหมือนเมื่อวานอีกสองชั่วโมง ภาพรีเพลย์กลับมาตอนบ่ายที่ฝนตก สองชั่วโมง แต่ดีหน่อยคราวนี้คนพายเรือซ่า ชวนคุยตลอดทาง แถมเจอเรือคนอื่น แล้วคนขับเรือกลายเป็นกามิกาเซ่จู่โจมทันที เล่นคนพายเรือลำข้างๆ สองลำตกน้ำหลายรอบเลย หุหุ แถมระหว่างที่คนพายตกน้ำ(แฟนเพื่อนที่นั่งหน้าสุดหยิบพายขึ้นมาพายแทนทันที แฟนมันนั่งเฉยๆ ซะงั้นแมนสุดๆ เพื่อนมันคงไม่ได้มาอ่านนะ ฮุๆ) ส่วนคนที่อยู่หลังเรือกลายเป็นลุงที่เป็นไกด์เป็นคนพายซะงั้น กลับมาถึงที่พักเล่น Bang ได้เกมสองเกมก็ลากันไปหลับกันทุกคน
เช้าวันต่อมาวันกลับ ก็ตื่นเช้าไปดอยหัวหมด แต่ขึ้นไปถึงมันต้องเปลี่ยนชื่อดอยแล้ว นี่มันดอยหัวเต็มไปหมดชัดๆ แทบไม่มีที่ว่างสำหรับถ่ายรูปเลย แล้วก็หมอกอ่ะ แทบไม่มี - -” ก็เลยได้ถ่ายรูปนิดหน่อยแล้วก็กลับกัน เข้าไปที่พักเก็บของ แล้วก็ออกจากอุ้มผาง มาแวะที่น้ำตกพาเจริญแป๊บนึง ด้านล่างดูดี แต่ดูทีลอซูมาแล้วอ่ะ มันจะเหลืออ่ะไรให้ประทับใจมากกว่านี้อีกหละ ก็เลยแวะแป๊บเดียว ไม่ได้ปีนขึ้นไปชั้นบนสุด กว่าจะถึงกรุงเทพก็ประมาณสามทุ่ม ออกจากตาก เก้าโมงนะเนี๊ยะ = =” เป็นทริปที่เดินทางยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเดินทางมาเลย คราวหน้าเพื่อนบอกว่าจะไม่ขึ้นดอยอะไรกันแบบนี้อีกแล้ว แต่นะ มันก็ขึ้นกันเกือบทุกดอย พิชิตโค้งทรหดซะเกือบหมดแล้วหนิฟะ ยกเว้นก็แต่ภาคอีสานอ่ะนะ แต่ก็ดี ขอไปทะเลสบายๆ บ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน





SouLsKi November 3rd
อยากไปเที่ยวมั้งจริงวุ๊ย
Add Yours
YOU